Morning Musume Calendar 2009

posted on 22 Oct 2008 23:45 by momusu  in HelloProject
Morning Musume Calendar 2009 Review
 ( กดที่รูปจะกลายเป็นรูปใหญ่ทุกรูปนะครับ )
 
วันนี้ได้รับของจากพี่เพ็ช LB ครับ ของส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเลย รู้สึกดีใจมากครับ จริงๆ แล้วเมื่อช่วงเช้าผมมีอาการปวดหัว แต่พอช่วงเที่ยงได้เห็นปฏิทินอาการปวดหัวก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ ^ ^ มาดูกันเลยนะครับ จะเริ่ม Review ตั้งแต่แกะกล่องเลยแล้วกันครับ

สภาพกล่องตอนส่งมาครับ
 
มาดูใกล้ๆ กัน

 
คาดว่า ดูจากสภาพกล่องแล้วน่าจะส่งมาโดย FedEx นะครับ
 
 
สภาพหน้ากล่องครับ ผมเอาชื่อคนรับ กับคนจ่ายเงินออกนะครับ เพื่อความปลอดภัย อิอิ แต่พูดถึงบาร์โค้ดหน้ากล่องเนี่ย เยอะจริงๆ เลยนะครับ แล้วเค้ารู้ได้ไงหว่า ว่าต้องยิงอันไหนก่อน เก่งนะครับคนยิงบาร์โค้ดเนี่ย
 
 
หน้ากล่อง มีเอกสาร เหมือนข้อตกลง อะไรซักอย่างที่ผมไม่ได้อ่าน ทั้งภาษาอังกฤษ และ ภาษาญี่ปุ่นเลยครับ รู้สึกจะเป็นข้อตกลง หรืออะไรซักอย่างที่เกียวกับ การขนส่งสินค้า ไว้ค่อยอ่านครับ มันไม่ใช่ประเด็น 555+
 
 
มาดูด้านญี่ปุ่นกันบ้าง มีบาร์โค้ดแบบ 3D ด้านบนด้วย ขี้เกียจอ่านอีกเช่นเคยครับ *-*
 
 
 
ของแท้ต้องตราป่าดงดิบแห่งไซตามะเท่านั้น *0* เย้ย ป่าดงดิบยิ้มได้ ทำผมยิ้มไปด้วย ดีจริงๆ ว่าแต่นี่ผมจะรีวิวอะไรกันแน่เนี่ย กล่องใส่ของ ของ Amazon หรือ 555+ อาจจะเป็นเยี่ยงนั้นก็เป็นได้นะครับพี่น้อง.-
 
 
พอเปิดกล่องออกมาเอ๊ะเจออะไรเนี่ย ใบเก็บภาษีย้อนหลังหรือครับ ขายหุ้นแล้วไม่เสียภาษีหรอ เอ๊ยไม่ใช่แล้ว มันคือใบเสร็จกำกับภาษีครับ ปฏิทินจริงๆ 2,300 เยน แต่โดนค่า Shipping ไป 473 เยน รวมเป็น 2,773 ครับ ไม่นับภาษีนำเข้ากับภาษีมูลค่าเพิ่ม อีก 200 นะครับ > <" แค่ปฏิทินอันเดีย ใครจะไปเข้าใจเรากัน > <"
ปล. ลบชื่อคนสั่งกะคนรับไว้แล้วครับ เพื่อความปลอดภัย ฮ่าฮ่า
 
 
อาา.. ใกล้ความจริงแล้วครับ อะไรเอ่ย *-* อยากเปิดดูข้างในจัง Amazon! แพคของมาดีมากครับ ยกนิ้วให้เลย ^ ^ นิ้วโป้งนะครับ ^ ^
 
 
นั่นไงครับสีสดใสของเหล่าสาวน้อยมหัศจรรย์ Morning Musume ใกล้จะได้ยลโฉมงามของเหล่าสาวน้่อยแล้ว
 
 
อุ๊บส์...งามจริงๆ ครับ ใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก แต่ผมคาดว่าคงจะเท่าปีก่อนๆ แหละเพียงแค่ผมไม่ได้เห็น ไม่ได้ซื้อปฏิทินนานมากๆ แล้วครับ แหะๆ รูปถ่ายมาไม่ค่อยดีครับ กล้องบ้านๆ ครับ ขออภัยด้วย
 
 
มาๆ ซูมใกล้ๆ อีกนิด น่ารักจังเลยครับ ไอริน น้องเหมียว > <" เอริก็น่ารัก 
 
 
 
มาดูหน้าที่สองกันครับ โอ้ว แดงฉาน ร้อนแรง สไตล์ไอริน น่ารักจริงๆ ครับ 
 
 
ซูมใกล้ๆ อีกนิดครับ  น่ารักจริงๆ
 
 
 
แล้ว ก็ซูมเข้าไปอีก อยากเห็นหน้าไอรินชัดๆ > <" น่ารักจริงๆ ด้วย
 
 
มาดูด้านล่างกันบ้าง น่ารักจังครับ จุนจุน ไอริน แล้วก็... ลินลิน
 
 
มาลองดูใกล้ๆ กัน ><" สังเกตุว่าปฏิทินจะมีวันเกิดของสาวๆ บอกไว้ด้วย 
 
 
 
อีกด้านกันบ้าง > <" น่ารักเสียนี่กระไร
 
 
 
มาถึงแผ่นที่สองกันบ้าง เอริ กับ ริสะจัง ในชุดลายดอก แถมดอกไม้อีก น่ารักมากครับ
รูปนี้ ริัสะจังดูเป็นผู้ใหญ่มากครับ ก็อย่างว่าแหละ ได้เป็นรองหัวหน้าวงแล้ว > <"
 
 
 
 มาดูใกล้ๆ กัน *-*  น่ารักจริงๆ ครับ > <"
 
 
มาดูด้านล่างกันบ้าง *-* ซึ่งก็น่ารักจริงๆ ตามคาดครับ
 
 
อีกด้านๆ น่ารักจริงๆ ครับ
 

 Morning Musume Calendar 2009 Part II

มาต่อจาก Part แรกกันเลยครับ

 

 
 แ่ผ่น 4 แล้ว ในหน้านี้ก็จะมี โคฮารุ ลินลิน จุนจุน แล้วก็ ไอกะ งืมๆ น่ารักดีครับ
 
 
มาดูใกล้ๆ กันบ้าง อืมๆๆๆ

 

มาดูด้านล่างกันบ้าง น่ารักดีครับ > <"

อีกด้านนึง > <"

มาถึงน้องเหมียวกันบ้าง ถ่ายกับ ไอกะ (อีกแระ) งืมๆ น่ารักดีครับ

Zoom Zoom ZooM

ด้านล่างหละ  งามแต๊ๆ เน่อ

ด้านล่างอีกมุมนึงครับ

ซายูมิน และ โคฮารุ

มาถึง ซายูมิน และ โคฮารุกันบ้าง อ่าฮ่า น่ารักจริงๆ > <"

Zoom zOOm ZooM

Zoom zOOm ZooM

Zoom zOOm ZooM

ซายูมินน่ารักแบบนี้เราต้อง Zoom Zoom ZooM ครับ *-*

Zoom zOOm ZooM

มาดูด้านล่างกันบ้างครับ

Zoom zOOm ZooM

มาดูด้านล่างกันอีกด้านนึงกันครับ โอวว น่ารักปานนางฟ้า *-*

 

ไอริน น้องเหมียว ซายูมิน เอริ ริสะจัง

มาถึงสองเดือนสุดท้ายแล้วครับ T-T หมดแล้วหรือนี่ ในเดือนนี้ชอบทุกคนเลยครับ น่ารักมากๆ เลย รุ่น 5 กับรุ่น 6

 

Zoom zOOm ZooM

Zoom zOOm ZooM ดูกัน อิอิ น่ารักจริงๆ

Zoom zOOm ZooM

ลองมาซูมดูกลุ่มนางฟ้า และ ไอรินจัง กัน ><"

Zoom zOOm ZooM

แล้วก็มาส่องด้านล่างกันบ้างครับ *-* น่ารักๆ ชุดขาว นางฟ้าในใจ > <"

Zoom zOOm ZooM

อีกด้านนึง > <" น่ารักจริงๆ ไอรินยิ้มซะ โอยยยย

Zoom zOOm ZooM

อ้าวยังมีอีกหน้านี่นา แล้วก็มาถึงแผ่นสุดท้ายจริงๆ น่ารักมากครับ ><"

Zoom zOOm ZooM

แบบนี้ต้อง Zoom Zoom อีกเช่นเคย

Zoom zOOm ZooM

แล้วก็หมดแล้วครับ ปฏิทิน Morning Musume Calendar 2009

ที่ภูมิใจซื้อมาในราคา 1,300 บาท ฮ่าฮ่า

ขอบคุณพี่เพ็ชที่ทำให้ได้เสียเงิน 555+ แล้วก็แฟนๆ H!P ทุกท่านครับ

ปล.ผมไม่เคยทำเวบบล็อคหรือเวบไดอารี่มาก่อนเลย นี่เป็นเวบบล็อคแรกของผมเลยนะ (ไม่นับ Space)

บทสรุป Hi-Definition Part I

posted on 22 Oct 2008 22:09 by momusu  in Computer

บทสรุป Hi-Definition (MKV,MPEG2) (จะไม่ถึงการเข้ารหัสเสียงนะครับ ไม่งั้นยาวแน่ๆ) Part I

ก่อนอื่นเลยนะครับ สำหรับท่านที่ไม่ทราบระบบการถอดรหัส และ การเข้ารหัสสัญญาณวีดีโอนะครับแรกเริ่มเดิมทีเราจะได้ยินและคุ้นเคยกับ VCD DVD Bluray HDDVD DiVX MKV หรืออะไรก็แล้วแต่แล้วจริงๆ มันคืออะไรกัน มาตรฐานของแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันไปนะครับ ถ้าถามว่าทำไมต้องเข้ารหัส คำตอบก็คือหากเราไม่ทำการเข้ารหัสแล้วไฟล์วีดีโอนั้นก็จะมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่มากครับและยากที่จะนำไปใช้งานต่อได้ครับไฟล์ วีดีโอชนิดนี้มักเรียกกันว่า Full Frame Uncompressed

มาตรฐานแรกที่เรารู้จักกันดีก็คือ. VCD.-
- VCD ชื่อเต็มก็คือ Video Compact Disc นะครับมีการเข้ารหัสไฟล์วีดีโอแบบ MPEG1 ชื่อเต็มๆของ MPEG ก็คือ Moving Picture Experts Group ก็คือภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องนั่นเองนะครับแผ่น VCD มีสองประเภทใหญ่ๆ นะครับ ก็คือ NTSC และ PAL ซึ่ง NTSC จะมีขนาดของภาพอยู่ที่ 352x240 อัตราการเคลื่อนไหวของภาพ (Framerate) 29.97 ภาพต่อวินาที และ 352x288 ในระบบ PAL อัตราการเคลื่อนไหวของภาพ (Framerate) 25 ภาพต่อวินาที โดยมีบิทเรตเท่ากันก็คือ 1.15 Mbps ครับ

ต่อมาที่เราไม่ค่อยได้ยินกันก็คือ SVCD.-
- SVCD หรือ Super Video Compact Disc ครับ นะครับมีการเข้ารหัสไฟล์วีดีโอแบบ MPEG2 แบบ เดียวกับ DVD ครับ แต่ความละเอียดไม่เท่ากัน แผ่น SVCD มีสองประเภทเหมือน VCD นะครับ ก็คือ NTSC และ PAL ซึ่ง NTSC จะมีขนาดของภาพอยู่ ที่ 480x480 อัตราการเคลื่อนไหวของภาพ (Framerate) 29.97 ภาพต่อวินาที และ 480x576 ในระบบ PAL อัตราการเคลื่อนไหวของภาพ (Framerate) 25 ภาพต่อวินาที โดยมีสูงสุดคือ 2.6 Mbps ครับ

อันสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดกับ DVD.-

- ระบบ PAL ความละเอียดสูงสุด 720x576 ที่เฟรมเรต 25
- ระบบ NTSC ความละเอียดสูงสุด 720x480 ที่เฟรมเรต 29.97
- บิตเรตสูงสุดอยู่ที่ 9.8 Mbps นะครับ
* นอกจากนี้ DVD ยังสามารถนำไฟล์ VCD มารวมได้โดยไม่ต้องเข้ารหัสใหม่ด้วย
* บางคนเข้าใจว่าขนาด Resolution ของวีดีโอยิ่งใหญ่จะยิ่งชัด นั่นส่วนนึงครับ
* แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือบิตเรต ต้องสูงขึ้นไปตามไม่เช่นนั้นภาพจะแตกครับ

ต่อไป เรามารู้จักกับคำว่า DxVA กันดีกว่าครับ
- ก่อนจะมาพูดถึง DxVA เรามารู้จักกับการ์ดจอก่อนดีกว่า ย้อนไปสมัยเมื่อ 6-8 ปีที่แล้ว ยังจำกันได้ไหมครับ การ์ดจอที่เขียนไว้ว่าเล่นวีซีดีได้ หรือเขียนข้างกล่องว่า MPEG1 Compatible Acceleration อะไรทำนองนี้ จริงๆ แล้วก็คือ เนื่องจากสมัยก่อนการถอดรหัส MPEG#1 ต้องใช้ การ์ดจอในถอดรหัส แต่ถ้าการ์ดจอไม่มี หรือไม่มีตัวช่วยถอดรหัสในการ์ดจอ ภาระก็จะตกไปอยู่กับ CPU ซึ่ง CPU สมัยก่อนช้าเหลือเกินไม่สามารถที่จะถอดรหัส ได้ หรือถอดได้ ภาพยนตร์ที่ดูก็กระตุกเหลือเกิน
- ท่านคงจำโปรแกรม XingMPEG Player กันได้นะครับ สำหรับคนยุคเก่าๆ นั่นก็เป็น โปรแกรมเล่นไฟล์วีดีโอตัวแรกเหมือนกัน ที่เปิดมาทีไรก็มีแต่คนมากระโดดร่ม แต่พอเมื่อเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัย CPU มีความเร็วมากขึ้นก็ทำให้การถอดรหัสไฟล์VCD หรือ MPEG1 ไม่มีปัญหาอีกต่อไป จนมาถึงสมัย DVD เข้ามาใหม่ๆ ปัญหาเกิดอีกแล้ว CPU ถอดรหัสไม่ทันอีก ภาพเลยกระตุก หรือไม่ก็แตกก็ต้องไปหาการ์ดจอมาเสริมเพื่อที่จะดู DVD อย่างไม่ติดขัด และเมื่อถัดมายุคนี้ก็อีกแหละ CPU ก็ถอดรหัส MPEG2 ได้หมดแล้วไม่กระตุกแล้วเพราะความเร็วสูงขึ้น
- จนมาตอนนี้..หนัง Hidef เริ่มเข้ามามีบทบาทแล้ว ปัญหาเดิมก็กลับมาอีกครั้ง... ในตัวCPU เองตั้งแต่สมัยโบราณแล้วจะมีชุดโปรแกรมช่วยถอดรหัสอยู่ในตัวเช่น MMX,3DNow,SSE,SSE2-3-4,IA64 เยอะแยะไปหมดหากจะนับกันจริงๆ แต่ชุดคำสั่งด้าน มัลติมีเดียร์ ด้าน Intel จะมีชุดคำสั่งเยอะกว่าทำให้การเข้ารหัสและการถอดรหัสทำได้ ดีกว่า AMD แต่สำหรับการ ถอดรหัส ไม่เห็นผลต่างอะไรมากครับ.....

คำว่า DxVA จริงๆ แล้วย่อมาจาก DirectX Video Acceleration
- พัฒนาเสริมขึ้นมาจากDirectShow ก่อนอื่นต้องมาพูดถึง DirectX ก่อน DirectX ก็คือโปรแกรมเสริมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ Hardware และ Software ทำงานเข้ากันได้ เป็นมาตรฐานอย่างนึงพัฒนาโดย Microsoft ซึ่ง DirectX แตกย่อย ออกเป็นหลายส่วน เช่น Direct 3D ไว้เล่นเกมส์ DirectShow ไว้ดูหนัง DirectSound ไว้ฟังเพลง และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้ง DxVA นี้ด้วย DxVA ก็คือชุดคำสั่งที่ จะไปเปิดการทำงานของการถอดรหัสวีดีโอ โดยการ์ดจอเรียกอีกอย่างง่ายๆ ว่า Hardware Acceleration ซึ่งส่วนมากชุดคำสั่งนี้จะรวมอยู่ใน Drivers ของการ์ดจอ โดย ซอฟท์แวร์ต่างๆ จะเป็นคนเรียกเปิด Functionนี้ หากเราปิดฟังก์ชั่นนี้ ก็จะเป็นการถอดรหัสวีดีโอโดย CPU. แทน..
- ซึ่ง Software ปัจจุบันที่ Support DxVA นี้ก็มีมากมายเหลือเกิน แต่ก็อีกแหละครับ ต้องย้อนกลับไปดูคุณสมบัติการ์ดจอและชิปเซ็ตด้วยว่า Support การถอดรหัสชนิดไหนบ้างซึ่งบาง ครั้ง Software หรือ Codecs ตัวนั้นจะมีฟังก์ชั่นเปิด DxVA แต่เมื่อกดเปิดอาจไม่เกิดผลอะไรก็เป็นได้ เพราะการ์ดจอบางตัวจะไม่ Support การถอดรหัสบางชนิด ซึ่งตรงจุดนี้ ATI จะได้เปรียบ NVIDIA ครับ..

แล้วจะมาว่ากันต่อว่าได้เปรียบกันยังไง ผมก็ได้ทำการทดลองเพิ่มเติมครับจึงได้รู้ว่า NVIDIA PureVideo ปรับง่ายปรับดีกว่า AVIVO เยอะครับ

ไว้จะมาต่อวันหลังนะครับ จริงๆ เขียนไว้แล้วในเวบอื่น จะมาเพิ่มเติมให้ครับ ขอโทษจริงๆ อิอิ